วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

ตำนานการสักยันต์

ตำนานการสักยันต์


คำว่าสักยันต์หลายต่อหลายคนคงอยากรู้ความจริงการสักยันต์คืออะไร การสักยันต์มีมาแต่เมื่อไรและวิธีการสักยันต์แบบไหนถูกต้อง อาจารย์สักยันต์คนไหนเก่งหรือไม่ มีวิธีการพิจารณาอย่างไร เพราะถ้าการสักยันต์ผิด ๆ ไป เสียไปตลอดชีวิต การแก้ไขเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก การสักยันต์มีมาแต่สมัยโบราณกาลแล้ว สมัยก่อนมีการสักยันต์สองประเภทคือสักยันต์สำหรับ พวกเล่นวิชา สักยันต์อีกแบบหนึ่งเรียกว่า นักโทษหรือทาส สักยันต์แบบพวกเล่นวิชามีมาแต่สมัยโบราณผู้ที่สักหรือผู้เล่นวิชาจะถือวิชาอย่างเคร่งครัดไม่ยอมผิดครูใดๆ ทั้งสิ้นเพราะกลัววิชาจะไม่กล้าแกร่งอย่างเต็มที่

ลายสักหมึก

สักยันต์นั้นมีมาแต่ยุคสมัยก่อนกรุงสุโขทัยที่เท่าที่เห็นได้ชัดมาปรากฎในยุคของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเป็นช่วงการเสียเมืองบรรดาทหารประชาชน ต่างก็ต้องหาของดีไว้ป้องกันตัวแม้แต่พระองค์ท่านซึ่งไม่มีประวัติในการสักก็จริง แต่มีในส่วนของสมเด็จพระสังฆราชคือ สมเด็จพระวันรัตน์วัดป่าแก้วเป็นผู้ที่ดูฤกษ์ชัยประกอบพิธีกรรมต่างๆในยุคนั้น ไม่ว่าการบรรจุดวงพิชัยสงครามการดูฤกษ์ออกรบการปล้นค่าย รวมทั้งการทำพิธีศักสิทธิ์ทั้งหลายเพื่อให้ได้ชัยชนะ การสักยันต์จะมาปรากฎให้เห็นเด่นชัดในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา คือยุคบางระจัน ที่ชาวบ้านบางระจันป้องกันหมู่บ้านของตนเอง ที่มีพระอาจารย์ธรรมโชติเป็นฝ่ายสงฆ์ ท่านเป็นพระผู้ให้และเสียสละทุกครั้งที่มีการต่อสู้พม่าท่านจะให้ศีลให้พรรวมทั้งการแจกผ้ายันต์ตระกรุดพิศมร ให้กับชาวบ้านไม่ว่าระดับเล็กหรือระดับใหญ่ และชาวบ้านส่วนมากก็มีการสักยันต์ การลงน้ำมันทาตัว เพื่อให้เหนียวและคงกระพัน จนเป็นที่แปลกใจให้กับบรรดาแม่ทัพของพม่าว่าชาวบ้านเพียงเล็กน้อยจะสามารถต่อสู้กับทัพใหญ่ของพม่าได้ การสักยันต์ในที่นี้จะขอกล่าวไว้ 2 ประเภท
1.สักยันต์แบบน้ำมัน
2.สักยันต์แบบหมึก
1.สักยันต์แบบน้ำมัน เป็นการสักยันต์ที่ไม่ปรากฎภาพให้เห็น วัถุที่ประกอบในการสักน้ำมันมี
1.1.น้ำมันสัก อาจารย์ส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันงาเพราะเข้าร่างกายไม่เป็นอะไร
1.2.ว่านที่ใช้ผสมกับน้ำมันงา อยู่แต่ละประเภทของยันต์หรือภาพยันต์ แต่การนำว่านที่มาผสมสักนั้นไม่ใช่ว่าจะซื้อมาใช้ได้เลย ต้องมีพิธีกรรมเมื่อได้หัวว่านมาแล้ว มีการหาฤกษ์หายามในการปลูก ถ้าคงกระพันต้องปลูกวันแข็ง ถ้าว่านทางเมตตาใช้วันอ่อน ระหว่างที่ปลูกต้องมีมนต์คาถาปลูกและการรดน้ำว่านก็มีคาถากำกับเสมอ และในตอนสุดท้ายการขุดหาวันขุดว่านด้วย ถึงจะได้สำฤทธิ์ผลของว่านด้วยไม่ใช่ซื้อว่านมาผสมทำได้เลยแบบนี้ที่อาจารย์สมัยใหม่หลายๆท่านได้ทำกัน ถ้าคนที่มาสักยันต์กับอาจารย์เป็นนักเรียนักศึกษาอาจารย์จะไม่ค่อยสักหมึกให้เพราะกลัวมีปัญหาเมื่อคนที่มาสักไปหางานหาการทำจะมีปัญหาในการรับเข้าทำงานอาจารย์จะลงน้ำหมึกและน้ำมันพุทธคุณดีสุดยอดให้กับลูกศิษย์ลูกหาที่มาสัก ยันต์ที่อาจารย์สักมีหลายด้านอาจารย์จะสักแบบโบราณจะไม่ใช้เครื่องสักเลย 2.สักยันต์แบบน้ำหมึกการสักยันต์แบบหมึก การสักสันต์แบบหมึกนี้จะปรากฏเป็นภาพสีขึ้นมาโดยปกติการใช้หมึกนั้นส่วนใหญ่จะหมึกจีนเป็นหลักแต่ปัจจุบันนี้ได้มีหมึกเข้ามาในประเทศอย่างมากบางอาจารย์ก็ใช้หมึกของต่างประเทศเพื่อให้ดูสวยงาม บางอาจารย์ใช้หมึกสีแดง สีเขียวเข้ามาประกอบด้วย เพื่อพัฒนาลวดลายของสำนักตนเอง แต่ที่ตามโบราณ์ยึดถือกันมาเก่าแก่ คือหมึกจีนมากกว่า
2.สักยันต์แบบน้ำหมึกการสักยันต์แบบหมึก การสักสันต์แบบหมึกนี้จะปรากฏเป็นภาพสีขึ้นมาโดยปกติการใช้หมึกนั้นส่วนใหญ่จะหมึกจีนเป็นหลักแต่ปัจจุบันนี้ได้มีหมึกเข้ามาในประเทศอย่างมากบางอาจารย์ก็ใช้หมึกของต่างประเทศเพื่อให้ดูสวยงาม บางอาจารย์ใช้หมึกสีแดง สีเขียวเข้ามาประกอบด้วย เพื่อพัฒนาลวดลายของสำนักตนเอง แต่ที่ตามโบราณ์ยึดถือกันมาเก่าแก่ คือหมึกจีนมากกว่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น